Jaowka's stories

มาอัพเดทเรื่องราวของน้องเจ้าขากันซะหน่อย

พ้น 2 ขวบมาได้เกือบ 1 เดือนแร้ว…นะคะ แม่บอกว่าน้องเจ้าขาเป็นเด็กที่พูดรู้เรื่องมากขึ้นเยอะ แต่ก็ดื้อใช่เล่น มักทำอะไรตามใจและตามอารมณ์ตัวเองซะเป็นส่วนใหญ่ แต่เรื่องสุขอนามัยของนู๋ แม่บอกว่า…ชื่นใจ..เพราะพัฒนาได้ดีมาก เริ่มจากการแปรงฟัน ที่เดี๋ยวนี้นู๋ชอบแปรงม๊ากกกกมาก ..แล้วยังสามารถแปรงขึ้นลง แปรงฟันกราม และแปรงลิ้นได้เองแล้วด้วย แต่ยังงัย ๆ นุ๋ก็ยังไม่ชอบยาสีฟันอยู่ดี น่ะแหละ

แต่ที่แม่บอกว่าดีใจสุดก็คือการที่นู๋บอกแม่ว่าฉี่ ๆ ๆ เวลาที่ปวดฉี่ได้ และ บอกว่าอึ หรือทำท่าปิดจมูกเหม็น ๆ เวลาจะอึได้ด้วย แหะ แหะ แต่บางครั้งมานก็บอกไม่ทันนะแม่มานโผล่ออกมานิดนุงแร้วง่ะ อิอิ…

แร้วแม่ก็จาพานู๋ไปห้องน้ำ นู๋จานั่งยอง ๆ ตรงพื้นห้องน้ำแระทำธุระทันทีโดยที่แม่ไม่ต้องบอก … แต่นู๋หยะแหยงอึง่ะ พอเวลามานออกมาแระ นู๋ต้องย้ายที่หนีไปตรงอื่นแระกัวจาเหยียบมันด้วย บางครั้งนู๋ก็เลยทำขนมไว้ซะ 4-5 กองให้แม่ตามเก็บ อิอิ… เหม็น ๆ อ่ะ… แต่แม่ดูจาชอบมากกว่าให้มันตุงอยู่ในโป๊ะโกะซ้าอีก… นู๋ได้ยินแม่พูดกะพ่อว่าอีกหน่อย เราก็ไม่ต้องใส่โป๊ะโกะให้ลูกแระน๊า… แร้วก็หันมาชมนู๋ว่า “เก่งจัง เก่งจัง ลูกแม่” งี้ทุ๊กที… นู๋ก็ยิ้มร่าเรยอ่ะเซ่….

เชื่อมั้ยคะ ว่านู๋ระบายสีได้ด้วยน๊า…. แต่มานไม่ค่อยอยู่ในกรอบหรอกค่ะ พ่อว่างั้น แต่นู๋ก็ว่าสวยดีนะคะ บางคืนก่อนนอนนู๋ก๊อชอบเล่นระบายสี แต่แทบทุกคืน นู๋ต้องขอให้พ่อเล่านิทาน แระบางทีนู๋ก็เล่าเองบ้าง ร้องเพลงเองบ้าง แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือดูบาร์นี่…. ดูไปเต้นไป แต่เด๋วนี้ตั้งใจดูมาก ๆ นะคะ เพราะนู๋รู้เรื่องแล้ว และนู๋ก็รู้ด้วยว่าเพลงต่อไปเป็นเพลงอารัย ถ้านู๋ไม่ชอบ นู๋ก๊อจะรีบบอกให้เปลี่ยนแผ่น “เปลี่ยน เปลี่ยน ใหม่ ใหม่” นู๋จาบอกอย่างงี้ทุกที แต่บางทีนู๋ก็ชอบดูรูปในอัลบั้มด้วยล่ะ ทั้งที่อัดมาแล้วและดูในเครื่อง เวลาที่ดูไปก็พูดไปว่ามีใครอยู่ในรูปบ้าง นู๋จำได้หมดแหละ เพราะนู๋ชอบดูรูปมาก ๆ เลย

เมื่อเช้าวานนี้สิ …นู๋ตื่นมานั่งคุยกะแม่โดยมีพ่อนอนไม่ยอมตื่นอยู่ข้าง ๆ นู๋คุยกะแม่ยังงี้…

แม่ : : น้องเจ้าขาเรียกแม่สิคะ

เจ้าขา : : แม่ ..จ๊ะ

แม่ : : แม่ชื่อรัยคะ…

เจ้าขา : : แม่ ..จ๊ะ

แม่ : : แม่ทิปจ๊ะ เรียกใหม่สิลูก

เจ้าขา : : ทิป …จ๊ะ

แม่ : : แล้วพ่อล่ะชื่อรัยคะ

เจ้าขา : : ….เบียร์….. ^___^

แม่ : : ????? (กร๊ากก... ก๊อขำน่ะสิ … พ่อเต้ยก็ขำ… ขำกันใหญ่เรยอ่ะ)

นู๋ทำให้แม่กะพ่อหัวเราะกันแต่เช้า… อิอิ…

นู๋คิดว่า..คำว่า “เบียร์” นี่ต้องเป็นคำที่ตลกมาก ๆ แน่ ๆ เรย ใช่มั้ยอ่ะคะ…..


…. น้องเจ้าขา ลูกสาวคนสวยของแม่ 2 ขวบแล้วจ๊า…

ใคร ๆ ก็บอกกันว่าเด็ก 2 ขวบ เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้โลกกว้าง และสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เป็นช่วงที่กำลังน่ารัก ช่างพูด ช่างจดจำและเลียนแบบ ทำให้มีเรื่องราวใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้ทุกวัน และลูกสาวของแม่ก็เช่นกัน

นับวันลูกยิ่งน่ารัก จะทำอะไร ก็ดูจะยั่วให้ถูกหอมแล้วหอมเล่า ทั้งแม่และพ่อต่างก็ชื่นชมไปกับอาการท่าทางต่าง ๆ ของลูก และทึ่งไปกับคำพูดใหม่ ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกทำ ช่างเป็นเหมือนมนต์เสน่ห์ที่ทำให้แม่เฝ้ามองได้อย่างไม่รู้เบื่อเลย

พัฒนาการด้านต่าง ๆ ของลูกก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนนี้ ทั้งด้านการกิน การพูด และพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูก แม่จึงขอบันทึกไว้โดยละเอียดสักนิด นะคะ

พัฒนาการทางร่างกาย

ลูกดูจะตัวโตและสูงขึ้นเร็วในระยะนี้ น้ำหนักชั่งได้ 11.4 kg. ส่วนสูงของลูกก็ 86 ซม. แล้ว เคลื่อนไหวได้คล่อง สนุกกับการปีนป่าย และกระโดดมาข้างหน้าแบบใกล้ ๆ ได้ ย่ำเท้า และทำท่าทางต่าง ๆ ตามเพลง โยก เอนตามจังหวะเพลงที่ชอบ ซึ่งตอนนี้ลูกสาวแม่โปรดบาร์นี่เป็นอย่างมาก แต่ชอบให้เปิดซ้ำ ๆ เพลงเดิม ๆ และขอดูวันละหลาย ๆ รอบ

บางครั้งลูกก็ช่วยแม่ ตอนที่แต่งตัวให้ ด้วยการพยายามใส่กางเกงเอง ใส่รองเท้าผ้าใบสวม ๆ ได้เอง และถอดกางเกง ถอดถุงเท้าได้ด้วย และทุกครั้งที่อาบน้ำลูกจะช่วยถูสบู่ และแปรงฟันเอง แปรงลิ้น และเล่นบ้วนน้ำได้ไกล ๆ ด้วย

พัฒนาการทางภาษา

แม่เชื่อมาเสมอว่าลูกของแม่จะพูดได้ดีในอีกไม่นาน และลูกเองก็คงมีคลังคำศัพท์มากมาย เพราะแม่สัมผัสได้ว่าลูกรู้เรื่องแทบทุกอย่างเพียงแต่ไม่พูดเป็นคำเท่านั้น แต่เดือนที่ผ่านมา พัฒนาการด้านนี้ของลูกเด่นชัดขึ้นมาก ๆ จากที่เคยสื่อสารกันด้วยท่าทาง ก็เริ่มพูดด้วยคำพยางค์เดียว หลากหลายคำมากยิ่งขึ้น เรียกคนในครอบครัวและสัตว์เลี้ยง ชี้รูปสัตว์ต่าง ๆ และบอกได้ถูกต้อง คำแสดงความต้องการต่าง ๆ ก็พูดได้มากขึ้น รวมถึงการนับเลข และ ABC แต่ก็ไม่ทั้งหมดหรอกนะ ยังออกเสียงได้เพียงบางเลข และบางอักษรเท่านั้น แต่กับบางคำ ที่ไม่ได้สอน ลูกก็พูดออกมาได้เองด้วยนะ เช่นในวันหนึ่ง ลูกชี้ที่แก้วทรงสูงของพ่อ แล้วพูดขึ้นมาว่า “เบียร์” ชัดเจนจนแม่อดที่จะประหลาดใจไม่ได้ แต่แล้วก็ขำ เพราะลูกคงชิน และจดจำเอาไว้นานแล้วน่ะเอง

พัฒนาการทางการกิน

จากที่แม่เคยกังวลว่าลูกจะหม่ำแต่ข้าวตุ๋น และไม่ยอมเคี้ยวกลืนอาหารแข็งนั้น มาเดือนนี้ ลูกกล้าที่จะลองเอาใส่ปากและเคี้ยวกลืนได้หลากหลายมากขึ้นทั้ง ข้าวสวยกับไข่เจียว ข้าวผัด บะหมี่ วุ้นเส้น ก็กินได้ดี และของโปรดก็คือ แคบหมู ข้าวเหนียว ไก่ทอด และของทอดทั้งหลาย นอกจากนี้ ก็ยังดื่ม น้ำผลไม้ นมเปรี้ยว และแทะแอปเปิ้ลได้อย่างสนุกสนานด้วยล่ะ ส่วนนม ลูกก็ยังคงกินได้ดีด้วยการป้อนช้อน สลับกับดูดหลอด และดื่มจากแก้ว แต่มื้อนอนก็ยังเป็นขวด และกินได้ถึง 10 ออนซ์เลยทีเดียว

เดี๋ยวนี้เราไปกินอาหารนอกบ้านกันได้อย่างสบายขึ้นเยอะ เพราะลูกจะตักอาหารกินเองด้วยช้อนส้อมของผู้ใหญ่ และไม่ทำหกเลอะเทอะให้ขายหน้ากันแล้วด้วย เป็นความปลาบปลื้มของแม่จริง ๆ เลยจ๊ะ

พัฒนาการทางอารมณ์และสังคม

บางครั้งลูกสาวแม่อาจยังสับสน หรือขัดใจเวลาที่อึดอัดพูดไม่ออก หรือไม่ได้ดังใจ ลูกจะมีอาการดื้อเห็นได้ชัดขึ้น ด้วยการนอนคว่ำหน้ากับพื้น แต่อาการดังกล่าว เริ่มห่างหายไปบ้างแล้ว นับเป็นเรื่องที่ดี และในบางครั้งลูกก็ยังคงรับฟังคำอธิบาย หรือคำโน้มน้าวต่าง ๆ และคล้อยตามได้ แม่จึงไม่หนักใจในเรื่องนี้มากนัก

ส่วนอาการติดแม่และกลัวคนที่เคยเป็นมากเข้าขั้นอาการหนักนั้น ตอนนี้เริ่มทุเลาลงแล้ว จะเป็นก็เฉพาะเมื่อเจอผู้ชาย หรือคนสูงอายุ แต่นอกนั้น ลูกก็จะแอบมอง และแอบยิ้ม ลูกดูมีความมั่นใจมากขึ้น และคุ้นเคยกับคนง่ายขึ้น เพียงแต่ต้องใช้เวลามากหน่อยในการขออุ้มสาวน้อยคนนี้…

นี่คือพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของน้องเจ้าขา ที่แม่ขอบันทึกไว้ เพื่อวันหน้าของลูก เราจะได้อ่านข้อความประทับใจนี้ด้วยกันงัยคะ

สาวน้อย 2 ขวบของแม่จ๋า.. เวลาที่ดูเหมือนไม่นาน เผลอ ๆ ก็ผ่านเราไปถึง 2 ปีแล้ว แม่ยังคงจำวันที่เป็นแม่มือใหม่เงอะงะ ไปหมด ทำอะไรยังไม่ค่อยถูกยามลูกร้อง … มาถึงตอนนี้ มีบทเรียนมากมายที่แม่ได้เรียนรู้และแก้ปัญหา แต่ก็มีความสุขและความประทับใจไปพร้อม ๆ กัน ไม่เคยนึกท้อแท้หรือทรมานใจใด ๆ เลย ในทุก ๆ วันที่เรามีกันและกัน คือความสุขที่แม่ได้จดบันทึกไว้ในไดอารี่อย่างสม่ำเสมอ ทุกค่ำคืนเวลาแห่งความรักของเราที่แม่พาลูกเข้านอน นับเป็นช่วงเวลาดีที่สุดของเราแม่ลูก ที่อบอวลไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ซึมซาบอยู่ในหัวใจของแม่เสมอ

ขอบคุณนางฟ้าตัวน้อย ๆ ที่จุติลงมาใจกลางหัวใจแม่คนนี้ และทำให้เกิดเรื่องราวความรักที่แสนประทับใจ ระหว่างเราแม่ลูก ไม่มีความรักใดจะยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ได้เท่านี้อีกแล้ว…. โลกของแม่วันนี้ ช่างสวยงามเกินกว่าที่เคยฝันไว้แล้ว จริง ๆ จ๊ะ ขอบคุณนะจ๊ะ …”น้องเจ้าขา”…ลูกรักของแม่….

แม่ทิป : ผู้บันทึก 

เมื่อวันที่ลูกครบ 2 ขวบ (วันพุธที่ 4 มิถุนายน 2551)


 

ลูกสาวคนเก่งของแม่จ๋า…

ช่วงนี้ลูกเรียนรู้ได้เยอะ และเร็วจนทำให้แม่แปลกใจ ระคนตื่นเต้น และบางครั้งก็ขำ ๆ กับความช่างเรียนรู้ ช่างจดช่างจำของลูกซะเหลือเกิ๊นนน…

เริ่มจากเรื่องคำศัพท์ ของลูก ที่พัฒนามาบ้างจากสัปดาห์ที่แล้ว ตอนนี้ลูกพูดคำว่า “ป้อ” แทนความหมายว่าพ่อได้แล้ว และพูดคำว่า “ยาย” ได้ด้วย แต่ที่ชัดที่สุด เห็นจะเป็น….. “ย่า”…..

อาจเพราะคุณย่าคอยอัดฉีดอยู่ทุกวัน โดยทำท่าหยิบแบ๊งค์ออกจากกระเป๋า เพื่อแลกกับการเรียก “ย่า” นั่นเอง… …จนวันนึง…

เจ้าขา : "ย่า…..ย่า….ย่า”

คุณย่า : "อะไรลูก…”

เจ้าขา : "ย่า….ย่า”

-- ชี้ที่กระเป๋าตังส์ของย่า —

คุณย่า : "...อ้อ !!!….”

<<<แล้ววันนั้นลูกสาวแม่ก็ยักย้ายถ่ายเทแบ๊งค์สีแดง ๆ มาจากกระเป๋าของย่าได้อีกใบ>>>

แม่เริ่มสอนลูกเรื่องขนาดโดยการทำมือเพื่อสื่อความหมาย เล็ก-ใหญ่ พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบเปรียบเทียบให้เห็นสักพักเดียว แม่ก็ถามว่า… “นู๋รักแม่แค่ไหนคะ” …. รอลุ้นไม่ถึงอึดใจ… ก็ได้คำตอบเป็นอาการกางมือออกกว้างงงงงง….สุด ๆ จนเลยค่อนไปทางหลัง… หัวใจแม่พองโตอีกแร้ววววว…. จ๊ะลูกจ๋า….

…. แม่ก็รักนู๋มากเช่นกันจ๊ะ….ยิ่งนับวันก็ยิ่งรักเป็นทวีคูณ ความคาดหวังตั้งแต่ครั้งที่อยากมีใครสักคนมาให้เรารัก และรักเรานั้น ตอนนี้สมใจจนปลาบปลื้มสุดหัวใจแล้ว…. แม่เชื่อเหลือเกินว่าลูกก็รักแม่มากไม่ต่างกันเลย… มีภาพที่ทำให้แม่เป็นสุขมาประกอบความรักของเราครั้งนี้ด้วย….

เป็นภาพที่เกิดขึ้นก่อนที่ลูกจะหลับ ช่วงเวลาที่แม่กล่อมลูกนอนทุกคืน… นับเป็นช่วงเวลาแห่งสัมผัสรักของเราแม่ลูก …แม่จะบรรจงหอมและจุ๊บลูกอย่างแผ่วเบาทุกคืนเพื่อบอกว่าแม่รักลูก… แต่เดี๋ยวนี้นอกจากแม่จะปฎิบัติเช่นนั้นกับลูกแล้ว….ลูกยังทำบางอย่างที่แม่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าลูกตัวน้อย ๆ คนนี้จะทำได้…. ลูกสาวแม่จะดึงแม่ลงไปจุ๊บ และแล้ว…ลูกก็จะจับมือแม่ไปลูบไล้ใบหน้าตัวเอง แล้วก็จุ๊บที่มือแม่ แล้วกอดมือแม่ไปแนบแก้ม…แนบแน่นจนหลับไป… ลูกจ๋า… แม่อธิบายไม่ถูกหรอกนะ ว่าแม่รู้สึกยังงัย…แต่ลูกรู้มั้ย…ว่านั่นคือของขวัญอันแสนวิเศษที่ลูกมอบให้ มันยิ่งกว่ายาวิเศษใด ๆ เพราะแม่รับรู้ได้ว่า…คือการแสดงออกซึ่งความรักที่ลูกมีต่อแม่… เป็นความรักบริสุทธิ์ที่เป็นน้ำทิพย์ชโลมหัวใจคนเป็นแม่คนนี้ให้ชุ่มชื่นอิ่มเอมและมีกำลังใจ ให้เป็นชีวิตที่มีความหมาย ที่เกิดขึ้นได้เพราะลูกสาวคนนี้ของแม่…

คงไม่ต้องกล่าวว่าแม่รักลูกเพียงใด … แต่โปรดรู้ไว้ว่าหัวใจของแม่คือลูกรัก …น้องเจ้าขา ของแม่


ครบ 21 เดือนแล้วนะคะสาวน้อยของแม่ ..

ลูกทำให้แม่ดีใจอย่างยิ่งในเดือนนี้ กับการรอคอยมานานที่จะได้ยินได้ฟังสักคำจากลูก แล้ววันนี้ลูกก็พูดคำนึงออกมาให้แม่อิ่มใจอย่างที่สุด.... มะ....แม่... คำวิเศษคำนี้น่ะเอง ที่เปล่งออกมาด้วยความตั้งใจอย่างที่สุด เหมือนกลัวจะผิดงั้นล่ะ แต่ลูกก็ทำได้ชัดเจนดีมากเลยจ๊ะ

เรื่องภาษาที่แม่กังวล เริ่มคลายลงแล้ว... เพราะเชื่อว่าอีกไม่นานจะมีคำและประโยคตามมาให้ฟังกันจุใจแน่นอน เพราะลูกเริ่มกล้าที่จะออกเสียงบางคำออกมาหลังจากใช้คำและภาษาของตัวเองอยู่เป็นเวลานาน ตอนนี้เริ่มเข้าใจและกล้าพูดแล้ว  ใช่มั้ยคะลูก..

คำแรกที่ชัดเจนที่สุด เริ่มขึ้นตอนที่ชี้ให้ลูกดูรูปปลาปูนปั้นที่ติดผนังอยู่

แม่ : นี่ตัวอารัยคะ (ชี้รูปปลา)

เจ้าขา : (ไม่ตอบ -- แต่เอานิ้วจิ้มที่ปาก)

แม่  :  อ่า...นู๋จะหม่ำรัยคะลูก

เจ้าขา  :  "ปลา"

แม่  :  !!!

 

อีกเรื่องเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้...

การอ่านนิทานกับลูกถือเป็นกิจวัตรก่อนนอนแต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นโดยที่แม่ไม่เคยสอน

แม่   :  หยิบหนังสือนิทาน "ผักแสนดี"

เจ้าขา  :  แย่งไปถือ และชี้ภาพ ผักชนิดหนึ่งเป็นหัวสีขาว

แม่  :  เค้าเรียกว่า หัวผักกาด นะลูก

เจ้าขา :  --- ชี้ที่เท้า ---

แม่ :  อ้อ...ใช่จ๊ะ..เรียกอีกอย่างว่าหัวไชเท้าค่ะลูก ... แป่ววววว......

 

เมื่อวันอาทิตย์เราจะออกไปธุระข้างนอกกัน แม่กำลังแต่งตัวอยู่ รอพ่ออาบน้ำ ลูกนั่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ แม่ในห้องนอน แม่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เสริมความงามเล็กน้อย ลูกยังคงป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ ๆ แต่แล้ว.... เมื่อถึงขั้นตอนของการเป่าไดร์ผม....

อ้าว...ลูกสาวแม่หายไปไหนซะนี่....

(โปรดดูรูป)....

ปีนไปบนเตียงแล้วทำท่านี้ นานจนแม่หยิบกล้องมาถ่าย ก็ยังคงฟรีซรอแม่อยู่อย่างนั้นล่ะคร่า...

....ก๊อนู๋หนวกหู เสียงไดร์เป่าผมของแม่นินา ... (คงอยากจะพูดอย่างงี้ล่ะ ถ้านู๋พูดได้)... 

นี่ล่ะค่ะ เจ้าขาในช่วงครบ 1 ปี 9 เดือน....ขอบคุณ..นางฟ้าน้อย ๆ ที่มามอบความสุขให้กับแม่และพ่อจ๊ะ

 


ลูกสาวตัวน้อยของแม่จะเป็นสาวแล้วนะคะ … จากเด็กตัวแดง ๆ ที่ร้องเสียงดังที่สุดในห้องเนิร์ส…ตอนนี้กลายเป็นเด็กหญิง ขวบครึ่ง ที่แสนจะรู้เรื่อง แสนแก่น แสนซน เจ้าขาของแม่โตเร็วมาก ๆ ในเดือนนี้ เสื้อผ้าเริ่มคับขึ้น จนต้องโละของเก่า ออกจากตู้ไปบ้างแล้ว เจ้าขาเดินคล่อง วิ่งได้ ปีนบันไดเก่ง ขั้นเตี้ย ๆ ก็สามารถก้าวขึ้นลงได้ดี รู้จักเกาะพยุงตัวเองขึ้นลงเอง รู้และ เข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ แต่พัฒนาการทางภาษาพูดยังไม่ก้าวหน้านัก ลูกยังไม่มีคำที่สามารถเข้าใจได้ แต่มักจะพูดภาษาของตัวเอง คำเดิม ๆ ที่แม่ฟังไม่ออก แต่ภาษากายของลูกดีมาก ๆ (ดีมากไปป่าวนะ) เลยทำให้ไม่ได้ฝึกพูด แต่งัยแม่เชื่อว่าลูกจะพูดได้ในอีกไม่นาน ก็ถ้านู๋พร้อม นู๋ก็จะพูดเองล่ะ จริงมั้ยคะลูก…

กิจวัตรประจำวันของลูก ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนที่แล้วมากนัก จากที่ตื่นนอนเวลาประมาณ 7 โมง แม่จะพาลูกไปอาบน้ำ เจ้าขาจะถือแปรงสีฟัน และถูฟันเอง จะถอดเสื้อก็ชูแขน จะถอดกางเกงก็เกาะแม่ยกขาออกเอง เวลาแต่งตัวก็ทำได้เหมือนกัน บางทีสอดแขนมาผิด ๆ ใจร้อนจริง ๆ แม่ยังหาแขนเสื้อไม่เจอนี่ลูก… บางครั้งที่แม่เห็นลูกมีอาการปวดท้อง แม่ก็จะพาลูกนั่งชักโครก เดี๋ยวนี้เจ้าขาไม่ค่อยกลัวแล้ว นั่งได้สำเร็จ หลายครั้ง เป็นที่ชื่นใจของแม่จริง จริงจ๊ะ

ช่วงบ่าย พ่อของลูกเพิ่มอาหารมื้อบ่ายโมงให้อีกมื้อ เป็นประเภท เกี๊ยวน้ำ หมี่ราดหน้า เต้าหู้หมูสับ หรือไม่ก็หัดให้กินอาหารหยาบแบบตักกินเองที่บางทีเจ้าขาของแม่ก็ใช้มือหยิบเข้าปาก เช่น ข้าวสวย ไข่เจียว ปลาทอด เจ้าขาขยันตักใส่ปาก แต่ไม่ขยันเคี้ยวเลย แถมจะไม่ยอมกลืนด้วย อย่างดีก็คงให้ดื่มน้ำตามไป เจ้าขาหัดถือถ้วย และดื่มจากถ้วยได้แล้วถึงจะไม่ต่อเนื่องได้นาน แต่ก็ไม่สำลัก และไม่ค่อยหกแล้ว… เก่งจริง ๆ นะจ๊ะลูกรัก

แต่เมื่อวันหยุดที่ผ่านมานี่สิ …เจ้าขาของแม่ดื้อมาก ๆ ไม่ยอมหม่ำอะไรเลย ทั้งนม และอาหาร แม้กระทั่งผลไม้กระปุกที่เคยชอบ ก็ไม่เอาซักอย่าง อยากแต่จะเล่น อยากตักเอง แม่ก็ยอมให้ตักนะ ลูกสาวแม่ตักเข้าปากได้เก่งมาก แต่ไม่ยอมกลืนเลยนี่สิ…. แม่กลัวนู๋จะหิวหน่ะ… …ที่ไหนได้ พอถึงเวลาแม่มาทำงาน เจ้าขาก็เป็นเด็กดีเลี้ยงง่าย ป้อนง่ายเหมือนเคย…. เฮ้อ…. อ้อนแม่จริง จริ๊ง….

หลังจากตื่นนอนตอนบ่าย เจ้าขาจะหม่ำนม ของว่าง น้ำผลไม้ แล้วเดินเล่น รอบบ้าน ทักทายบรรดาพี่ ๆ สี่ขาที่วิ่งเล่นกันอยู่ เจ้าขาโปรดสุนัขตัวเล็ก และช่างสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว อย่างเช่น เวลานกลงมาจิกข้าวที่สนาม เจ้าขาก็จะชอบชี้และสนใจดู ประมาณ 6 โมงเป็นเวลาหม่ำมื้อเย็น เสร็จแล้วก็พอดีเวลาที่แม่กลับบ้าน เจ้าขาจะมาแอบที่ประตูเล่นจ๊ะเอ๋กะแม่ และช่วยแม่ถือของ พาแม่ไปหม่ำ ๆ บ้าง เจ้าขาชอบนั่งตักแม่ดูว่าแม่หม่ำรัยยังงัย บางทีก็ขอหม่ำบ้าง ใครเห็นก็คงว่าทุลักทุเลเหลือเกิน แต่แม่กลับมีความสุขดี ที่มีลูกนัวเนียอย่างนี้จ๊ะ

แล้วเราก็ขึ้นบ้านไปอาบน้ำกัน เจ้าขาสามารถยืนสระผมได้โดยไม่งอแงและไม่ค่อยยอมใช้หมวกสระผม ก็ลูกคงจะรำคาญไม่ชอบให้รัยมาอยู่บนหัวนี่เน๊อะ แต่กลับไม่กลัวเวลาน้ำไหลเข้าตา และคงชินแล้วล่ะ เพราะเราสระผมกันอย่างงี้มาตั้งแต่เจ้าขาอายุ 1.2 ปีแล้ว

กิจกรรมก่อนนอนของลูกที่โปรดที่สุด และพลาดไม่ได้เลยคือการฟังนิทาน เจ้าขาจะชักชวนพ่อ และแม่ให้ไปหยิบหนังสือ มานั่งอ่านกัน ทุกครั้งเจ้าขาจะขอให้อุ้มเพื่อเลือกหนังสือเสร็จ แล้วก็จะปีนมานั่งตัก ตั้งอกตั้งใจฟัง บางทีก็มีชี้ถาม หรือว่าทำท่าประกอบด้วย บางเล่มที่เป็นเล่มโปรด เจ้าขาจะรอเตรียมทำท่าเมื่อรู้ว่าหน้าถัดไปจะพูดถึงเรื่องอะไร ลูกสาวแม่จะฟังได้คืนละหลายเรื่อง และไม่ยอมให้เลิกอ่านง่าย ๆ บางคืนเกือบ ๆ 10 เล่ม สลับกับเปิดดีวีดีเพลงโปรดให้ลูกฟัง ได้แก่ Song of ABC, Happy Birthday, Bingo เปิดฟังทีไร เจ้าขาของแม่ก็แดนซ์ติดหน้าจอทุ๊กที แม่นั่งมองลูกแล้วก็แอบขำ..ลูกจ๋า…มีความสุขจังจ๊ะ

ตลอด 1 ปี 6 เดือน ที่มีลูกมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของแม่… ตั้งแต่ยังเป็นเจ้าตัวน้อย ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย จนกระทั่งพลิกคว่ำ …คลาน และเดินได้ วิ่งได้จนบัดนี้… ลูกสร้างความสุขให้กับแม่อย่างหาอะไรมาเปรียบไม่ได้เลย ขอบคุณเจ้าขาตัวน้อยของแม่ ที่ช่วยเติมชีวิตแม่ให้ไม่มีคำว่าเหงาอีกต่อไป…. แม่สัญญาจ๊ะ…ว่าจะทำให้ลูกมีแต่ความสุขเช่นกัน

….รักลูก…มาก….เหลือเกิน…..

            –– แม่ ––


Blog Entry@Mom Tag –The best thing happen to me@Nov 30, '07 4:54 AM
for everyone
 



รับ Tag น่ารัก ๆ มาจากแม่นกของน้องตุลย์
http://mybabytule.multiply.com/
คันไม้คันมืออยากทำจังเลย…ขอบคุณแม่นกนะคะ ที่ให้โอกาสแม่ทิปได้รวบรวมเรื่องราวประทับใจของลูกสาวตัวน้อย..”น้องเจ้าขา” …
  1. ความรู้สึกแรกที่ตั้งครรภ์

    พ่อกะแม่อยากมีลูกกันมาก พอแต่งงานปุ๊บก็ลุ้นกันทุกเดือน 6 เดือนผ่านไป แม่ก็ยิ้มแก้มปริเมื่อเห็นแถบสีแดงเส้นที่ 2 ค่อย ๆ ชัดขึ้น ๆ ..รีบเรียกพ่อเต้ยมาดู แต่พ่อเต้ยทำท่าไม่แน่ใจ ถามซ้ำ ๆ ว่าจริงหรอ…ครั้งนี้ใช่แน่หรอ.. สักพัก…ก้อพูดยิ้ม ๆ ว่า “…เอาขนมจีนมาเลย…(มีน้ำยาแล้ว…)” หุ หุ…

    ส่วนตัวแม่ก้อตื่นเต้น ปนงง งง ว่านี่เราจะเป็นแม่แล้วหรอ… ไม่อยากจะเชื่อเลย ต่อไปจะเป็นยังงัยนะ อุ้มเด็กยังไม่เป็นเลยจะเลี้ยงลูกได้มั้ยเนี่ย แล้วแม่ก็ปรึกษาเพื่อน ๆ เลือกรพ. เลือกคุณหมอ บอกคุณยาย บอกคุณย่า … ทุกคนดีใจด้วยมาก ๆ แม่เป็นปลื้ม และดีใจที่จะได้ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว และนับแต่นั้น… แม่ก็เขียนไดอารี่ถึงลูกทุกวัน….จนถึงวันนี้ และตั้งใจจะเขียนตลอดไปเลยจ๊ะ

  2. ชื่อของลูก

    เราเตรียมชื่อเล่นให้ลูกว่า “แอนฟิลด์” ตั้งแต่คิดว่าจะมีลูกเลยล่ะ ก้อเพราะพ่อของลูกเป็นสาวกหงส์แดงน่ะสิ… แต่เมื่อเรา ultrasound พบว่าลูกเป็นเด็กหญิง ก็เลยต้องคิดชื่อใหม่… แม่ใช้วิธีนึกชื่อรัยได้ก็พูดไปเรื่อย ๆ … พ่อเต้ยได้ยินปุ๊บ…ก็อนุมัติชื่อนี้เลยล่ะจ๊ะ… “น้องเจ้าขา”      มาถึงชื่อจริง…ยากล่ะสิ… เราได้ 3 ชื่อมาจากพระ ฐิตารีย์ ณัฐธยาน์ ธันยนันท์ ยังไม่ถูกใจหน่ะ… งัยดีขอ อจ.เสถียรพงศ์ ได้ชื่อ อาทินุช ว้า… ตัวเลขรวมนามสกุลไม่ค่อยดีล่ะ.. เฮ้อ… เอาชื่อที่เราแอบคิดไว้ โดยงัดตำราหลายขนาน และบวกเลข จนพอใจแล้ว…มาใช้ดีกว่า… คุณพ่อและคุณย่าเห็นชอบด้วยก็ตกลงเลย … “ทิพย์ธัญธร” (ทิบ-ทัน-ทอน) หมายถึง ผู้มีโชคดีอย่างวิเศษ แต่แม่ก้อมีคำแปลแบบเข้าข้างตัวเองว่า.. ลูกคนนี้เป็นโชคดีของแม่ทิพย์นั่นเอง

  3. ไหนโชว์รูปลูก ๆ หน่อยซิ

     

  4. น้ำหนักแรกเกิดของลูกคุณ

    2,885 กรัม สูง 46 เซนติเมตร รอบศีรษะ 33 เซนติเมตร

  5. ตอนท้องคุณบำรุงอย่างไร

    เริ่มจากหม่ำอาหารเช้า ซึ่งแต่ก่อนไม่ชอบ หลีกเลี่ยงของหวาน งดเครื่องดื่มทุกชนิด ดื่มน้ำเปล่ากะนมเท่านั้น รายการอาหารก็จะเป็นพวกเมนูปลา ที่คุณย่าจัดหามาสับเปลี่ยนกันไป ทั้งต้ม นึ่ง ทอด เพราะเกรงจะเบื่อ แต่ก็ไม่วายล่ะ ก็แม่ไม่ค่อยชอบทานปลาเลยนี่นา

    คุณพ่อเต้ยเป็นผู้ควบคุมการกินยาบำรุงที่คุณหมอสั่ง อย่างเคร่งครัด และยังใส่ใจแม่มาก ๆ โดยการจัดผลไม้ใส่กล่องให้แม่ไปทานยามบ่ายที่ทำงานทุกวัน….แอปเปิ้ล ฝรั่ง ส้มโอ… ถูกปลอก หั่น จัดเรียงอย่างสวยงาม เฮ้อ…อยากกลับไปท้องอีกจัง….

  6. ความรู้สึกครั้งแรกเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็ก

    8 โมง ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด วางยาสลบ ไม่รู้สึกตัวเลย… มาสลึมสลือตอน 9 โมงกว่า ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังง่วงจากฤทธิ์ยาและคอแห้งผาก… พูดถามคุณพยาบาลถึงลูกว่าแข็งแรงดีมั้ย ผู้หญิงรึเปล่า… แทนคำตอบ..คุณพยาบาลก็อุ้มลูกมาให้… ในห้องพักฟื้นนั่นเอง
    เราได้พบหน้ากันครั้งแรก… คุณพยาบาล พาลูกมาให้กระตุ้นน้ำนมจากอกแม่…. แม่ยังทำตัวไม่ค่อยถูกแต่…วินาทีนั้น… แม่เห็นเด็กแดง ๆ ตัวน้อย ๆ ที่ลืมตามอง ขมวดคิ้ว… ช่างน่ารักเหลือเกิน แม่ตื่นเต้น และปลื้มใจบรรยายไม่ถูกเลย…. แม่สัญญากับตัวเองนับแต่นั้น…แม่คนนี้จะขอดูแลลูกตัวน้อยของแม่และจะมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกจ๊ะ..

  7. มีโรคแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์หรือไม่

    แม่รู้ตัวว่าท้อง …พร้อม ๆ กับรู้ว่าแม่มีก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่เท่าลูกเทนนิส ฝังตัวเงียบเชียบอยู่ด้วย…ความตั้งใจจะฝากท้องเลยกลายเป็นการลุ้นว่าเจ้าเนื้องอกก้อนนี้จะทำอันตรายต่อก้อนเนื้อเล็ก ๆ ของแม่หรือไม่ เราทำ ultrasound กันทุกเดือน พร้อม ๆ กับทานยากันแท้งควบคู่ไปจนถึงเดือนที่ 5 เมื่อแน่ใจแล้วว่าพี่เนื้องอกไม่ได้ทำอันตรายใด ๆ แก่ลูกของแม่ ซ้ำยังอยู่เป็นเพื่อนเล่นให้ลูกด้วย แต่พี่เนื้องอกของลูกก็ยังคงเจริญเติบโตได้ดีเหลือเกิน พร้อม ๆ กับท้องของแม่ที่ขยายใหญ่จนดูเหมือนท้องแฝด ใครเห็นเป็นต้องทักว่าใกล้คลอดตั้งแต่อายุครรภ์แค่ 6 เดือนเอง แต่ดูจิ...ลูกแม่อยู่อย่างตัวลีบเพราะเนื้องอกเบียดอยู่น่ะนั่น...

  8. คุณคลอดด้วยวิธีไหน

    ก็เพราะพี่เนื้องอกตัวดีน่ะสิ… อาจารย์หมอบอกว่าจะพยายามผ่าเอาเนื้องอกออกไปด้วยให้ได้ ถ้าแม่ไม่เสียเลือดมากเกินไป …. งั้นถ้าจะต้องถูกผ่าทั้งที แม่ขอโดนวางยาสลบเลยละกัน… ม่ายเอาล่ะบล๊อกหลัง… เคยตอนผ่าหัวเข่าแล้ว… เสียวนิ

    อาจารย์หมอจัดการกับเจ้าเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับหัวของลูกเลย …แค่เห็นภาพก็ตกใจแล้ว คุณหมอยังบอกว่าไม่เคยเห็นขนาดใหญ่เท่านี้มาก่อน…..บรื๋ออออ….

  9. วีรกรรมเจ้าตัวเล็ก 1 เดือนแรก

    ไม่ธรรมดาตั้งแต่ยังอยู่ รพ.แล้วล่ะ… เจ้าขาของแม่เสียงดังที่สุดในห้องเนิร์ส เลยเชียว พอกลับมาบ้านก็ปลุกปล้ำกันป้อนนม เอานอน ซึ่งเจ้าขาของแม่ก็เอาแต่ร้อง นอนได้ไม่นาน เสียงดังนิดนึงก็ตื่น จะหม่ำนมก็ต้องเงียบ ๆ ห้ามมีใครมากวน ใครว่าเด็ก ๆ มีแต่กินกับนอน … เด็กคนนี้มีแต่ร้องค่ะ….

    แล้วเราก็ค้นพบวิธีที่จะทำให้เงียบได้… แผนแรก ยัดนมแม่เข้าปาก แผนสำรอง อุ้มแบกค่ะ และเพราะวิธีนี้ก็ทำให้เราต้องอุ้มแบกเพื่อให้ลูกหลับต่อมาอีกหลายเดือน….

  10. หน้าท้องแตกลายงาหรือไม่

    โห…จะเหลือหรอ…. หมดสวยเลยอ่ะ… แต่ทำใจแระ… แลกกับลูกที่น่ารัก แค่นี้จิ๊บ จิ๊บ….

  11. ให้อาหารเสริมครั้งแรกตอนลูกกี่เดือน คืออะไร

    คุณย่าเล็งจะป้อนกล้วยมาตั้งนาน …. พอครบ 4 เดือน ก้อเริ่มเลยล่ะค่ะ ข้าวบดผสมกล้วยครูด ฝีมือคุณย่า เจ้าขาหม่ำได้ดี รายการต่อมาก็มีเมนูโปรด เช่น ข้าวตุ๋นฟักทอง ซุปผักโขม และ มะเขือเทศเนื้อต้ม แล้วบดแช่เย็น… อันนี้นับว่าโปรดที่สุด เพราะอ้าปากรอ ป้อนไม่ทันกันเลยเชียวล่ะ

  12. แล้วหย่านมแม่ตอนกี่เดือน

    แม่ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะให้นมแม่อย่างเดียวแก่ลูก แต่กว่าจะได้น้ำนมเพียงพอ ก็ใช้เวลาบีบเค้นกันถึง10 วัน และเมื่อครบ 3 เดือนที่แม่ต้องไปทำงาน ก็ใช้วิธีแอบไปหามุมสงบปั้มนมให้ลูกบ้าง บางวันก็ซิ่งรถกลับบ้านมาป้อนมื้อกลางวันเองเลย เจ้าขาหม่ำได้คราวละไม่มากนัก แล้วนมแม่ก็เริ่มน้อยลง จนถึง 5 เดือนครึ่ง เราจึงเริ่มนมผงให้ลูก ซึ่งก็ไม่มีปัญหาเลย เจ้าขากินน้อยยังงัย ก็ยังคงกินน้อย เหมือนเดิม แต่ไม่ร้อง ไม่อาลัยหัวนมแต่อย่างใด

  13. สามีมีบทบาทในการเลี้ยงลูกยังไงบ้าง

    3 เดือนแรก เราช่วยกันลองผิดลองถูก ตามประสาพ่อแม่มือใหม่ ที่ตั้งใจเลี้ยงลูกเอง โดยไม่มีพี่เลี้ยงหรือผู้ช่วยเลย เวลาอาบน้ำลูก พ่อจะเป็นคนอุ้ม แม่ก็จะฟอกตัว ล้างน้ำ

    เวลาลูกร้อง ….ดึกดื่น…แค่ไหน ถ้าแม่เอานมป้อนแล้วยังร้อง .. พ่อเต้ยนี่แหละ ที่คอยอุ้มแบก จนหลับ และ แบกไว้อย่างงั้น เพราะอยากให้ลูกหลับได้นาน ๆ

    … บทบาทในการเลี้ยงลูกของพ่อเต้ยเป็นความประทับใจอย่างที่สุดจวบจนบัดนี้ที่แม่ไปทำงานแล้ว ก็ได้พ่อเต้ยนี่ล่ะ ที่เลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง …พ่อเต้ยทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ทำอาหาร ป้อนข้าว ชงนม เช็ดก้น ล้างขวด ซักผ้าอ้อม กล่อมนอน เล่านิทาน เล่นกับลูก ถ้าพ่อเต้ยมีนมให้ลูกได้ ก็ไม่แตกต่างจากแม่เลยล่ะจ๊ะ พ่อเต้ยทำได้ดีเกินคาด… ทั้งยังสนใจอ่านเพื่อหาความรู้ในการดูแลลูกอยู่เสมอ…ขอบคุณสามีที่แสนดี ค่ะ… เค้ารักตัวเองจังเลย…

  14. ถ้าเป็นไปได้โตขึ้น คุณอยากให้เค้าเรียนอะไรมากที่สุด

    ขึ้นอยู่กับความสนใจ และความถนัดของลูกค่ะ แม่จะคอยดูแลให้คำแนะนำ ส่งเสริม และสนับสนุนอย่างดีที่สุด แต่คงจะผลักดันให้เค้าได้สัมผัสกับความงามของ ศิลปะ และดนตรี เพราะเชื่อว่าจะสามารถกล่อมเกลาให้เป็นคนมีสติ และสมาธิ เพื่อเป็นพื้นฐานให้ทำสิ่งอื่นๆ ได้ดีต่อไป

  15. ถึงจุดไคลแมกซ์ล่ะ คุณจะส่งต่อ tag นี้ให้ใครบ้าง อย่างต่ำขอ 3 คน

    แม่บุ๊คน้องรัก… เล่าเรื่องนู๋มัตจิให้ฟังหน่อยเร้วววว….

    แม่จูเพื่อนเลิฟ… ช่วยสละเวลามาบันทึกเรื่องราวของลูกหน่อยน๊า….

    แม่แอนจ๋า เล่าเรื่องสามแสบให้ฟังด้วยนะ ตามคำเรียกร้องจ๊ะ

  16. เพลงกล่อมประจำที่คุณร้องให้ลูกฟัง

    อิ่มอุ่น เพลงบังคับ ร้องเป็นเพลงแรก ตั้งแต่ลูกเกิด และร้องวนอยู่เพลงเดียวหลายเดือนเลยล่ะ

    แค่มี … “หัวใจก็มีแค่เพียงดวงหนึ่ง ถึงน้อยไปไม่เคยแบ่งใครนะเออ แม้มันมอมแมมเปรอะไปจะให้เธอ..หมดเลยที่ฉันมี”… เพิ่มอีกสักเพลงเพราะคนร้องเริ่มจะเบื่อ…อุ อุ

    Song of ABC …A B C D E F G….. เริ่มโตแระ… ฝึกภาษาปะกิดกันซะหน่อยนะลูกนะ แหม…เจ้าขาชอบมาก ๆ เลยล่ะได้ยินที่ไร เตรียมจะเต้นทุกทีไปสิ….

  17. คุณคิดว่ารายนามที่เอ่ยจะยอมทำ Tag ให้คุณมั้ย

    น่าจะทำนะ.. ทำเหอะ…. เรายังทำเลย

  18. ถ้าคุณมีเงินสักก้อน คุณจะทำยังไงกับเงินนั้นเพื่อลูก

    ว้าวววว… ถ้ามีก้อนหย่ายยย ๆ ก็เอาเก็บไว้ แล้วทำให้เกิดดอกผล ถ้ามีก้อนน้อย ๆ ก็เอาไปผสมกับที่มีอยู่เพื่อสร้างทุนทางสมองให้ลูก… เพราะการศึกษาคือสมบัติล้ำค่าที่พ่อแม่จะหาให้ลูกได้จ๊ะ

  19. วันหนึ่ง ๆ คุณหอมลูกทั้งหมดกี่ครั้ง

    คำถามนี้ ตัวเองเคยถามคนอื่นอยู่บ่อย ๆ เพราะคิดว่าตัวเองแปลกประหลาดกว่าคนอื่นมั้ย … เพราะไม่คาดคิดเลย ว่าจะตั้งหน้าตั้งตาหอม กอด จุ๊บกันกะลูกได้มาก มายขนาดนี้…. อ้อนลูกก็บ่อยมาก “รักแม่หน่อย” “จุ๊บหน่อยจิ” พอลูกทำได้ก็ชื่นใจ้….ชื่นใจ…ก็นู๋เป็นกำลังใจของแม่นี่เน๊อะ…

  20. สุดท้ายมีพรให้คุณขอ 1 ข้อ คุณจะขออะไรให้ลูก

ขอสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และสติปัญญา พร้อมด้วยจิตใจที่งดงาม เพื่อเป็นคนดีที่มีความสุขและรู้จักใช้ชีวิตอยู่บนความพอดีและพอเพียง


Blog Entryทำดีเพื่อพ่อNov 20, '07 5:49 AM
for everyone

 

 

 

Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร?


เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา
80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 พวกเราในฐานะคนเขียนบล็อก/เว็บไดอารี่ ขอถวายพระพรให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยที่แข็งแรง และพวกเราปรารถนาที่จะทำความดีคนละหนึ่งอย่างเพื่อพ่อหลวงของพวกเรา

Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อ คือการเขียนลงในบล็อกว่าตั้งใจจะทำความดีอะไรหนึ่งอย่างเพื่อพ่อ แล้วส่งต่อไปให้คนอื่นอีก 5 คนเพื่อให้เขียนบล็อกแบบเดียวกัน

กติกา
* ให้
copy เนื้อหาในหัวข้อ Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร? ที่อยู่ด้านบน และหัวข้อกติกานี้ นำไป

 paste ลงในบล็อกของคุณ

* เขียนบอกว่าใครที่
tag มาหาคุณ โดยให้ทำลิงก์ไปยังบทความที่ tag มาหาคุณด้วย เพื่อที่คนที่เข้า

มาอ่านบทความของคุณ จะได้ตามไปอ่านบทความของคนที่ tag หาคุณได้ เขียนความดีหนึ่งอย่างที่

คุณตั้งใจจะทำเพื่อพ่อ ถ้านึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร ให้เข้าไปดูในเว็บhttp://www.dogood.or.th/

* ให้
tag ไปหาคนอื่นอีก 5 คนเพื่อให้เขาทำเช่นเดียวกับคุณ โดยให้ทำลิงก์ไปยังบล็อกของทั้ง 5 คนด้วย

 และถ้าเจ้าของบล็อกเข้ามาเขียนบทความแล้ว ก็ให้แก้ลิงก์ไปที่ตัวบทความเลย คนที่เข้ามาอ่าน

บทความของคุณแล้วจะตามอ่านของคนที่คุณ tag ไปหา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาว่าบทความ

อยู่ที่ไหนในบล็อก เข้าไปขอแบนเนอร์โครงการทำดีเพื่อพ่อจากเว็บ  http://www.dogood.or.th/banner_exchange/  แล้วนำมาติดในบทความที่คุณเขียน

* เข้าไปแจ้งที่  http://blog.macroart.net/dogood/ ว่าคุณได้เขียนบทความทำดีเพื่อพ่อแล้ว
ข้อนี้สำคัญที่สุด
เมื่อเขียนว่าจะทำดีอะไรแล้ว ขอให้มีความตั้งใจมั่นและลงมือทำความดีที่เขียนไว้ให้

สำเร็จ สังคมเราจะดีขึ้นเพียงแค่ทุกคนช่วยกันทำความดีกันคนละเล็กคนละน้อย

 

ผู้เขียน: แม่น้องเจ้าขา  http://jaowka.multiply.com/

ได้รับมาจาก: คุณแม่พี่ตุลย์  http://mybabytule.multiply.com/journal/item/49

               และคุณแม่น้องมัตจิ  http://matji.multiply.com/journal/item/15

 

ในฐานะพสกนิกรชาวไทย และ เป็นแม่คนหนึ่ง ขอตั้งใจทำความดี ถวายพ่อหลวงของเรา ด้วยการคิดดี ทำดี มีเมตตา ต่อผู้อื่น และ เลี้ยงดูลูกสาวให้เป็นเด็กดี  และรู้จักความพอเพียง ตามแนวทางของท่าน  เพื่อเป็นพสกนิกรที่ดี และ เป็นผู้ใหญ่ที่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมไทยต่อไปค่ะ

 

 

ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายพระพร  ขอพระองค์ทรงพระเจริญ...

                            "ทรงพระเจริญ... อยู่ยิ่งยืนนาน     ทรงพระเกษมสำราญ....ตลอดกาล...ตลอดไป"

                                                                                                                    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

 

 

เอ่อ..ขอต่อรอง แปะต่อ 2 ท่านละกันนะคะ

อ่า...ผู้โชคดีมีดังต่อไปนี้คร่า....

 

1.  บ้านพี่บั๊คกะนู๋บีมของแม่หน่อยผู้แกร่งกล้า  http://nidnoi21.multiply.com/journal/item/17

2.  บ้านน้องเซนกะพี่มิลล์ ของแม่จูจอมซ่าส์...  http://zentury.multiply.com/journal/item/24


Blog Entryเจ้าขา in ขำ ขำOct 1, '07 5:12 AM
for everyone

                   น้องเจ้าขาไปฝึกทำขำขันมาค่ะ ช่วยเพิ่มรอยตีนกาให้คุงแม่ (ก้อเวลาคุงแม่ยิ้ม เยอะ ๆ กาก็จะมาเยือนงัยคะ) เริ่มต้นจากฝึกทำหน้าตาให้ขำก่อนค่ะ หยั่งงี้งัยคะ

 

 

 

 

 

แล้วก็ต่อด้วยการเพิ่ม prop นิดหน่อย จะช่วยทำให้ขำขึ้นได้ค่ะ prop นี้เป็นของคุณแม่สุดเลิฟ ที่เจ้าขาขอยืมมาทำเก๋สักหน่อย ก็สมัยนี้เค้าฮิตกันออกค่ะ เจ้าขาก็ขอทันสมัยกะเค้ามั่ง แต่จะอินเทรนด์ หรืออินขำขันก็ไม่รู้ดูเอาเองเถอะค่ะ                     

  

สุดท้ายเราก็ต้องคงความขำเอาไว้ทุกเมื่อ ทุกเวลา อย่างคำพูดที่ว่า "รักษาความฮา ดุจเกลือรักษาความเค็ม" ...หยั่งงั้นเลยล่ะค่ะ เจ้าขาไม่ยอมพลาดร๊อกค่ะ แม้กระทั่งยามหลับ... ก็เมื่อคืนนี้หน่ะซี้... เจ้าขาหลับไปได้สักพักเดียว... คุงแม่ยังไม่แอบย่องออกจากห้องเจ้าขาเลยล่ะ เจ้าขาก็หลุดหัวเราะออกมา มีเสียงด้วยนะ ทั้ง ๆ ที่ตายังหลับอยู่นั่นแหละ แม่ปล่อยก๊ากกกกก.... เลยล่ะค่ะ  เห็นม๊า....บอกแล้วว่าของหยั่งงี้มันอยู่ที่การฝึกฝนค่า....   เห็นคุงแม่บ่นว่าเสียดาย ถ่ายภาพมายืนยันไม่ทัน มีแต่ภาพหลังจากขำเสร็จแล้วมาแทน ...   

 

     

 

 

 

พอก่อนล่ะค่ะ อย่าลืมเอากลเม็ดของเจ้าขาไปใช้กันนะคะ แล้วเราจะได้มารวมกลุ่มตั้งวงตาหลกกันให้ดังไปเรยยยย.... อิ อิ...                    


ลูกจ๋า... ลูกช่างมีอิทธิพลต่อผู้หญิงคนหนึ่งคนนี้ได้มากมายซะเหลือเกิน... นับแต่วันที่แม่รู้ตัวว่าจะเป็นแม่จวบจนวันนี้มีหลายต่อหลายสิ่งในตัวคนเป็นแม่คนนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวรซะแล้ว...  ลองมานับเป็นข้อ ๆ กันดีกว่านะจ๊ะ

1. ผู้หญิงซุ่มซ่าม กะเปิ๊บกะป๊าบคนนึง ต้องปรับตัวอย่างหนักในการระมัดระวัง ทั้งการเดินการเคลื่อนไหวต่าง ๆ มิให้หกคะมำลงไป เพราะกลัวจะมีอันตรายต่อลูกน้อยในท้อง โดยเฉพาะเวลาอาบน้ำที่จะลื่นจะล้มไม่ได้เด็ดขาด อาการเดินเร็ว แทบจะวิ่งอย่างแต่ก่อน ก็เปลี่ยนไปดูเรียบร้อยขึ้น นิ๊ดนึง แฮ่ แฮ่...

2. ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าแม่คนนี้ ไม่มีโอกาสได้ตื่นสายอีกเลย... ผิดจากแต่ก่อนอย่างสิ้นเชิง ที่นาฬิกา snooze เท่าไร ก็ไม่อาจปลุกเราได้....แต่ทุกวันนี้ไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุกให้เปลืองถ่าน แต่ตื่นได้ทันทีแม้จะมีเสียงอิ๊อ๊ะ เดียวจากเจ้าจอมกวนตัวน้อย

3. แต่ถึงแม้จะตื่นเช้าเพียงไร ก็ไปทำงานสายได้ทุ๊กวัน.... ก็โอ้เอ้ร่ำลาเจ้าตัวน้อยซะจน... ไม่รู้ว่าใครร้องติดใครกันแน่แล้วล่ะ

4. นับเวลาถอยหลังที่จะกลับบ้าน เลิกงานปุ๊ปล้อหมุนทันที  ไม่เอาแล้วพิจารณาความดีความชอบประจำปี เงินเดือนขึ้นหรอ... ไม่สนแย้ว....ตั้งหน้าตั้งตากลับไปฟัดเจ้าจอมซนที่บ้านดีฝ่า...

5. อุนจิ...หร๊อ...มาเล้ย... หอมที่สุดก็คือ..อึของลูกเรา.... ก่อนหน้านี้อย่าหวังว่าจะเช็ดก้นให้ใคร แต่ตอนนี้ ถามหาอึลูกทุ๊กวัน.... บางทีมีลุ้น ....อยากเจอจิง จิ๊ง ยิ่งลูกไม่อึสัก 2 วันนี่ ภาวนาขออึกันเลยทีเดียวเชียว

6. ละครหรอ??....รายการทีวีหรอ??.... พลาดโม๊ดล่ะ... ไม่มีคำว่าติดละครอีกต่อไป แม้แต่ช่องเคเบิ้ลยังเสียดายค่ารายเดือนที่เสียอยู่ทู๊กเดือนอยู่เล้ย.... (ยังดีที่พ่อของลูกยังได้ดูถ่ายทอดกีฬา ค่อยคุ้มขึ้นมานิ๊ดนึง)

7. โรงหนัง ละครเวที แม้แต่คอนเสริ์ทดี ๆ อดหมด... แต่แม่คนนี้ก็เต็มใจที่จะไม่ไปดูนะคะ ก็เด๋วนี้อีกแค่ ไม่เกิน 2 เดือนก็มีแผ่น DVD มาให้ได้ดูถึงบ้านแร้วววว....(แต่ก็ไม่ได้ดูต่อเนื่องหรอกนะคะ ดูไม่ละเอียดสักเรื่องอ่ะ บางเรื่องไม่จบด้วยซ้ำ ไว้รอลูกเข้า รร.ก่อนละกัน ค่อยดูก็ยังทันเน๊อะ)

8. ที่เคยพูดว่ารำคาญคนที่เค้าคุยเรื่องลูก หรือซื้อของให้ลูกเนี่ย.... เด๋วนี้เราไม่ผิดจากนั้นเล้ย  แถมจะมากกว่าเค้าซะอีกล่ะม๊างงงง..... ใครที่มีลูกวัยใกล้เคียงกันล่ะก็ เจอหน้ากันเป็นไม่ได้ ต้องแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงตามทางเดิน  ห้องน้ำ ห้องแพนทรี่ เจอะที่ไหน จับตัวกันเอาไว้ เม้าท์ เม้าท์ เม้าท์....

9. ผู้หญิงคนนี้จากคนที่เคยห้าว เคยไม่แคร์ใคร กลายเป็นคนต่อมน้ำตาตื้นเขินซะจนแทบไม่อยากเชื่อตัวเองแล้ว  แค่มีคนพูดถึงหรือเห็นข่าวเด็กไม่สบายหนักหรือถูกทิ้ง ถูกทำร้าย ก็บ่อน้ำตาแตกซะ หรืออ่านเรื่องราวประทับใจระหว่างแม่กับลูกของใครก็จะซึ้ง.... ก็จะอิน....ตามเค้าไปโม๊ดดด....

10. งานปาร์ตี้ สังสรรค์ กินดื่ม อย่าได้กล้ำกรายเข้ามาใกล้ ใจแข็งเป็นหินมิมีไปเด็ดขาด อย่ามาชวนซะให้ยาก

11. เพื่อนหดหาย... แต่ได้เพื่อนใหม่มาแทน... ไอ้ที่หาย ๆ หน่ะ ก็ดีเหมือนกัน บางคนก็ทนคบอยู่ด้าย...มาคิดตอนนี้ยังงงตัวเองว่าคบอยู่ให้เสียเวลา (แถมบางทีเสียเงิน) ทำไมฟระ...  แต่กลับได้เพื่อนใหม่ที่ดีมีคุณภาพมาแทน... (แต่ส่วนมากคือเพื่อนที่มีลูกน้อยกลอยใจเหมือน ๆ กันนี่แหละ) หัวอกเดียวกันคุยกันรู้เรื่องฝ่าง่ะ

12. ใครที่เคยว่าเราใจร้อน... มาดูใหม่ได้แล้วจ๊ะ ... เย็นขึ้นเยอะเลยคร๊าบบบบ.... ไม่ว่าจะโดนกวนประสาทจากคนใกล้ตัว (สามี) ก็อดทนไม่ต่อปากต่อคำได้ดีขึ้นและทำใจ ทำสติ ให้สงบได้อย่างไม่น่าเชื่อ... 

13. แชมป์ขับรถเร็ว ตกไปเป็นของคนอื่นซะแร้วววว.... กลับกลายมาเป็นคนมีสติขึ้น ไม่ขับรถแบบรถแข่งอย่างเคยแล้ว .... (ยกเว้นตอนเช้า เพราะไปสายมาตลอดสัปดาห์แล้วง่ะ) เพราะเรายังมีชีวิตน้อย ๆ ให้อุ้มชูเลี้ยงดู ชื่นชม กันไปอีกนาน...

14. ตระหนักในคำว่า ความรักของแม่ที่มีต่อลูก ว่ายิ่งใหญ่สักเพียงไหน จากที่เคยสงสัยกับคำพูดคำนี้มาตลอด ได้รู้ซึ้งและถ่องแท้แล้วในวันนี้ หลาย ๆ เรื่องที่เค้าว่ามีลูกแล้วจะรู้...ตอนนี้ได้รู้หลายเรื่องแล้วคร๊าบบบ...

15. จากที่เคยรักแม่แบบของเรา... ก็เปลี่ยนแปลงไป... กลายเป็นรักแบบเย็น ๆ ไม่ใช่รักแบบร้อน ๆ อีกแล้ว  เคยเถียง เคยดุแม่มายังงัย ... จะไม่ทำอีกแล้วค่ะ.... แม่...

16. หนังสือนิตยสารที่ชอบอ่าน และอ่านแทบทุกตัวอักษร กลับซื้อน้อยลงจนแทบไม่ได้ซื้อ หรือที่ซื้อไว้ก็แทบไม่ได้อ่าน แล้วเปลี่ยนมาซื้อและอ่านนิตยสาร หรือหนังสือประเภทแม่ลูก... อันนี้อ่านได้อ่านดีทันทีที่ว่าง และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับลูก

17. การหายใจ เข้าออก มีเสียง.....  จนน่าจะไปเช็คร่างกายได้แล้ว .... แต่เสียงนั้นดังขึ้น ดังขึ้นทุกวันว่า.... ลูก ลูก ลูก....

18. ซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเองน้อยลงเยอะเลย.... แต่ซื้อให้ลูกจนจะไม่มีตู้ว่างแล้วล่ะ

19. ข้อนี้เปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดเจน และคาดว่าจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วแน่ ๆ คือ น้ำหนักจ๊ะ  เจอใคร ๆ ก็ทักว่า... เปลี๋ยนไป๋เยอะ นะจ๊ะ ... ก็จากสาวน้อยหุ่นบอบบางกลับกลายเป็นยัยบึกบึนไปซะแร้ว...เฮ้อ....เสียดายจัง....

20. ข้อสุดท้ายล่ะ  อันนี้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ผู้ปกครองควรพิจารณา  ..... เรา...(แม่กะพ่อ) ไม่มีโอกาสได้อาบน้ำด้วยกันอีกเรยยยย.....ฮือ...ฮือ...ฮือ....

แต่ทั้งหมดทั้งมวล